วิลเลียน

วิลเลียน ยินดีศึกแย่งตัวจริงทีมชาติบราซิลกับคูติญโญ่ รุ่นน้องจาก ลิเวอร์พูล

วิลเลียน ยินดีศึกแย่งตัวจริงทีมชาติบราซิลกับคูติญโญ่ รุ่นน้องจาก ลิเวอร์พูล

วิลเลียน กองกลางทีมชาติบราซิล เผยความรู้สึกว่าพอใจที่ได้แข่งขันแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงในทีมชาติบราซิลกับฟิลิปเป้ คูติญโญ่ แนวรุกรุ่นน้องจากลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทัพของติเต้ กุนซือทีมชาติบราซิลคนปัจจุบัน  โดยกองกลางจากเชลซีเป็นหนึ่งในผู้เล่นไม่กี่คนที่ยังโชว์ฟอร์มได้ดีในช่วงที่ดุงก้าคุมทีม ก่อนจะกลายมาเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทีมชาติบราซิลในยุคกุนซือใหม่ แม้ว่าปัจจุบันมักจะถูกรุ่นน้องที่ฟอร์มร้อนแรงกว่าเบียดให้ไปนั่งสำรองแล้วก็ตาม

“ผมมีความสุขกับความมั่นใจที่ติเต้แสดงให้ผมเห็น เขาและทีมงานโค้ชทำงานกันได้ดีมากๆ ความสัมพันธ์ของผมกับเขาดีที่สุดเท่าที่ผมจะหวังได้แล้ว ผมพูดเสมอว่าเขาใส่ใจเรื่องความเท่าเทียมกันทั้งตัวจริงและตัวสำรอง ตลอดเวลาที่ผมต่อสู้แย่งตำแหน่งกับคูติญโญ่ เขาซื่อตรงเสมอ เน้นกับเราว่าทั้งคู่เป็นผู้เล่นชั้นยอด และเขาจะใช้งานคนที่ฟอร์มดีที่สุด” วิลเลียนทิ้งท้าย

โดยทางด้านวิลเลียนนั้นทำผลงานกับทีมชาติบราซิลได้อย่างคงเส้นคงวา และไม่เคยหลุดโผจากทีมชาติบราซิลเลยในช่วงที่ผ่าน โดยลงสนามไป 43 นัด ซัดไป 7 ประตูกับทีมชาติบราซิล และเป็นที่แน่นอน ทั้งวิลเลียน และคูติญโญ่ จะมีชื่อติดเป็นขุนพลทีมชาติบราซิลไปสู้ศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศรัสเซียในกลางปีหน้าอย่างแน่นอน หากไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆ ในช่วงท้ายฤดูกาลของฟุตบอลลีก โดยทั้งวิลเลียนและคูติญโญ่มีส่วนสำคัญทั้งในสโมสรของตัวเอง และในระดับทีมชาติ ล่าสุดวิลเลียนเองก็เพิ่งไล่ยิงประตูตีเสมอให้เชลซีได้สำเร็จในการเจอกับทีมหงส์แดงลิเวอร์พูล ของฟิลิปเป้ คูติญโญ่ พูดได้ว่าการต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งในทีมชาติบราซิลของทั้งคู่นั้น เข้มข้นมากๆ ทีเดียว

แม้ว่าในช่วงหลังๆ คูติญโญ่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจึงสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงมากจากวิลเลียนได้ แต่ด้วยศักยภาพของวิลเลียนแล้ว เชื่อได้ว่าเขาจะพยายามแย่งตำแหน่งกลับมาให้ได้ ทำให้การขับเคี่ยวแย่งชิงในตำแหน่งแดนกลางของทีมชาติบราซิลนั้นน่าติดตามไม่ต่างต่างจากการได้ดูทั้งสองคนได้ลงแข่งฟาดฟันกันในสนาม เวลาเชลซีต้อง ปะทะกับลิเวอร์พูลเลย

 ส่วนอนาคตของวิลเลียนกับเชลซีต้นสังกัดก็ไม่แน่นอน เนื่องจากวิลเลียนตกเป็นตัวสำรองบ่อยครั้งในยุคของคอนเต้ จนอาจทำให้เจ้าตัวอาจตัดสินใจอำลาถิ่นสแตมฟอร์ด บริจน์ กลับไปค้าแข้งยังบ้านเกิดในบราซิลก็เป็นได้